ปวด...

posted on 28 Jan 2009 22:24 by phoenixsana

ปวดกะโหลกกับคนบางจำพวก จะเอายังไงกันอีก

เป็นอะไรกันหนักหนา ถึงขนาดพยายามมายุ่มย่ามทางความคิดคนอื่นเนี่ย

กะจะฆ่ากันให้ตายใช่ไหม ต้องเลิกเชื่อเลยใช่ไหมถึงจะเป็น "คนดี"ในสายตาพวกคุณน่ะ

ต้องหลอกตัวเองใช่ไหมถึงจะเป็น "คนดี" ในสายตาพวกคุณ

ขอโทษเหอะ ให้หลอกตัวเองเพื่อที่จะเป็น "คนดี" ตามกฎตามเกณฑ์ที่ใครไม่รู้อุปโลกน์ขึ้นมาน่ะ ทำไม่ได้ว่ะ

ในอดีตเคยทำพลาดโง่ๆ  ยอมรับ แต่ตอนนี้รู้แล้ว และปรับปรุงแก้ไข

รู้ตัวอยู่เสมอว่าทำอะไรอยู่ และขอบเขตอยู่ไหน

ถ้าจะดึงจะรั้งให้อยู่ในขอบเขต ขอน้อมรับด้วยความเต็มใจ

แต่ถ้าถึงขนาดจะมาครอบครองสิทธิ์ทางความคิดกันล่ะก็ ไปไกลๆนะ จะโชว์พาวไปโชว์ที่อื่น

ถ้าไม่ทำอย่างที่พวกคุณบอก คือ คนเลว

ก็เชิญเลย เหตุผลแค่นี้จะมาตัดสินเราว่าเป็น "คนเลว" ก็เชิญเลย

 

แล้วก็สิ่งที่คนอื่นทำพลาดกับพวกคุณ ทำให้พวกคุณเจ็บช้ำ เราไม่แก้ตัวแทนคนพวกนั้นนะ เพราะบางอย่างที่พวกคุณเจอมา เราเข้าใจและไม่เห็นด้วยในการกระทำนั้นเหมือนกัน

เรายอมรับว่าเราไม่ใช่คนพูดเก่ง และ กล้าหาญขนาดจะไปว่ากล่าวตักเตือนใครได้ขนาดนั้น

สิ่งที่เรา "รับผิดชอบ" ได้มากที่สุด คือการรู้ขอบเขตของตนเอง

แต่ถ้าจะให้ "รับผิดชอบ" โดยการ"เลิกเชื่อ" ล่ะก็ เรียกร้องเกินไปหน่อยมั้ง ได้คืบจะเอาศอกเหรอ

 เราไม่มีสิทธ์ปกป้องสิ่งที่เราเชื่อและรัก งั้นเหรอ

อย่าเอาข้อนี้มาอ้างที่จะ "กดหัว" เราไม่ให้ตอบโต้  

 

พวกคุณเกลียดก็เกลียดไปสิ ไม่ได้ขอร้องให้เลิกเกลียด จะเกลียดกันไปชั่วชีวิตยังได้

ก็จะให้ทำไง มันเป็นเรื่อง "สองคนยลตามช่อง" ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตนเอง

เราเคยบอกว่าเรื่องนี้ ตราบใดที่ยังไม่ถึงฎีกา มันยังฟันธงไม่ได้ เพียงแต่ตอนนี้ เรารู้สึกว่าเป็นอย่างไร เราก็พูดไปตามนั้น

 

ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ไม่ชอบเหมือนเรา คุยกับเราได้ เราไม่กัดหรอก เราอยากได้ยินความเห็นแง่มุมอื่นเหมือนกัน เพราะทุกวันนี้ สิ่งที่เราเชื่อ บางเรื่องที่ "เหนือ"มากๆ เราก็หยุดและคิดเหมือนกัน ไม่ได้เชื่อแบบหัวปักหัวปำ

บางที่ที่ "เห็นต่าง" กับเรา เรายังรู้สึกดีกับเขา และบางครั้งเราก็เห็นด้วย

ความเห็นต่างกัน เราไม่แคร์ แต่ที่เราจี๊ด และสุดทน คือ

1. เอาเหตุการณ์เพียงชั่วขณะมาตัดสินเพราะมันสนับสนุน"ทฤษฎีโลกแตก"ของตัวเอง แขกไปใครมาถามก็พรีเซนต์ใหญ่ ว่า "เห็นมั้ย มันไม่ได้เป็นตามที่พวกนั้นคิด" ดีอกดีใจกันเข้าไป

ถามหน่อยเหอะ แล้วคนที่ให้ข้อมูลนั้น เขา"ใกล้ชิด" มาเนิ่นนานแค่ไหน ก็เปล่า เพิ่งมาร่วมงานกันไม่กี่ครั้ง เขาก็พูดไปตามที่เขาเห็น เขาไม่ได้โกหก แต่เขาไม่รู้อะไรลึกลับซับซ้อนกว่านั้นหรอก

เอาอย่างนี้ สมมติว่าคุณเห็นเด็กชาย A กับ เด็กชาย B ต่อยกันอยู่

ถ้าคนที่ไม่รู้จักเด็กชายทั้งคู่มาก่อน หรือรู้จักผิวเผิน ก็อาจจะคิดว่า "เด็กสองคนมันเกลียดกันแน่ๆเลย"

และเอาไปเล่าลือว่า "A กับ B มันเกลียดกันว่ะ มันต่อยกันเมื่อวาน บลาบลา..."

ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกันมาก เพียงแต่วันนั้น เขามีเรื่องทะเลาะกันรุนแรง เลยลงไม้ลงมือกัน ซึ่งต่อมา เขาก็สนิทสนมเล่นหัวกันตามเดิม

ดังนั้น ถ้าจะมาค้านเราด้วย "เรื่องหลังฉาก"นั้น เก็บกลับไปไกลๆดีกว่านะคะ เตือนไว้ก่อน

2. แค่คำสองคำ มันแสลงอะไรหนักหนาหรือคะ

คนไหนเชื่อในสองคำนี้ขึ้นมา เรตติ้งตกฮวบทะลุใต้ถุน จะดีประดุจนางฟ้ามาจากไหน กลายเป็นผีปีศาจไปเลยเพียงแค่เชื่อในสองคำนี้

บางคนทำ "หน้าที่" ดีมาตลอด ดียิ่งกว่าคนบางคน แต่จะมาเสียเอา เพราะสองคำนี้ แค่นั้น?

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราจะถือซะว่ามันเป็นบททดสอบหนึ่งที่เราต้องเผชิญและผ่านพ้นมันไปให้ได้

เราไม่เลิกเชื่อ เพราะเราไม่อยากหลอกตัวเอง

เราไม่เลิกเชื่อ เพราะเราไม่อยากทิ้งความเชื่อเพียงแค่แลกกับคำว่า "คนดี" ในสายตาคนบางกลุ่ม

ถ้าแค่คำสองคำ จะทำให้เราเป็นคนเลว ก็เอาสิ

อย่างน้อย เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ อย่างน้อย เราก็ไม่ได้เชื่อเพราะลอยไปลอยมาตามกระแส

อย่างน้อย เราก็รู้ขอบเขตของเราแล้วกัน

 

สวัสดี

edit @ 29 Jan 2009 00:03:02 by サナ くれない

edit @ 29 Jan 2009 00:04:25 by サナ くれない

Comment

Comment:

Tweet

wink wink

#1 By ปิดทำการ on 2009-01-29 13:46